ศูนย์หัวใจกรุงเทพหัวหิน ภายใต้การบริหารงานโดย โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ มีคณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง และเจ้าหน้าที่ที่ผ่านการอบรมในการดูแลเอาใจใส่ท่านเป็นอย่างดี ตลอดจนความพร้อมด้วยเทคโนโลยีและเครื่องมือที่ทันสมัย ผสมผสานกับบรรยากาศและสถานที่ให้บริการที่เหมาะสมสำหรับผู้เข้ารับการรักษาโรคหัวใจอย่างแท้จริง… โรงพยาบาลกรุงเทพหัวหิน ให้บริการตรวจวินิจฉัยด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย ดังนี้

  • การตรวจหัวใจและหลอดเลือดด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง (64 Slices CT Angiogram : CTA) การตรวจด้วยเครื่อง 64 slice CT Scan เพื่อดูพยาธิสภาพของหลอดเลือดหัวใจ (Coronary artery) โดยเฉพาะ ซึ่งมีความแม่นยำของการตรวจใกล้เคียงกับการฉีดสีผ่านสายสวนหลอดเลือด และยังได้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับปริมาณแคลเซียมหรือหินปูนที่เกาะตามผนังหลอดเลือดหัวใจ
  • เครื่องตรวจสมรรถภาพการไหลเวียนของระบบหลอดเลือดแดง (ABI-Vascular Screening) เพื่อวินิจฉัยการอุดตันและการแข็งตัวของหลอดเลือดแดง โดยใช้เครื่องมือวัดเพื่อเปรียบเทียบระดับความดันเลือดจากหลอดเลือดแดงที่ข้อเท้า เพื่อเปรียบเทียบกับความดันหลอดเลือดแดงที่แขน ซึ่งเป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยให้ทราบถึงภาวะของเส้นเลือด ว่ามีความผิดปกติที่อาจจะก่อให้เกิดหลอดเลือดแดงแข็ง อันเป็นสาเหตุของหลอดเลือดส่วนปลายอุดตันบริเวณเนื้อเยื่อต่าง ๆ ของขา และปลายเท้า ซึ่งทำให้มีเลือดไปเลี้ยงไม่เพียงพอ หรือผู้ป่วยไม่สามารถดูแลตนเองเพื่อป้องกันอันตรายร้ายแรงที่อาจจะเกิดตามมาได้ หากเป็นในขั้นรุนแรงอาการนี้อาจทำให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบและกล้ามเนื้อหัวใจตายได้
  • เครื่องบันทึกความดันโลหิต 24 ชั่วโมง (Ambulatory blood pressure monitor: AMBP) การบันทึกค่าความดันโลหิตตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประเมินภาวะความดันโลหิตสูง ว่าความดันโลหิตของท่านสูงจริงหรือไม่ และอยู่ในระดับใด
  • เครื่องบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจ 24 ชั่วโมง (Holter monitor) การบันทึกสภาวะคลื่นไฟฟ้าหัวใจตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประเมินภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Arrhythmia) และหาสาเหตุของอาการใจสั่น หรืออาการหน้ามืดเป็นลม
  • เครื่องตรวจสมรรถภาพหัวใจขณะออกกำลังกาย (Exercise Stress Test : EST) เครื่องวัดสมรรถภาพของหัวใจ ขณะหัวใจกำลังทำงานในสภาวะต่าง ๆ เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ หัวใจตีบ ซึ่งเมื่อมีการออกกำลังกาย กล้ามเนื้อหัวใจต้องการเลือดไปหล่อเลี้ยงมากขึ้น ซึ่งในบริเวณที่เส้นเลือดตีบจะไม่สามารถขยายตัวส่งเลือดไปเลี้ยงหัวใจได้เพียงพอ จึงทำให้เกิดอาการของกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด โดยจะแสดงอาการ อาทิ การเจ็บแน่นหน้าอก หรือเหนื่อยมากกว่าที่ควรจะเป็นตามปกติ
  • การตรวจหัวใจด้วยการกลืนกล้อง (Probe) เข้าทางหลอดอาหาร (Tran esophageal echocardiogram : TEE) การตรวจหาความผิดปกติภายในหัวใจ ซึ่งวิธีนี้สามารถตรวจดูความผิดปกติของหัวใจได้ละเอียดมากขึ้น  โดยเฉพาะในส่วนที่ไม่สามารถตรวจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูงชนิดธรรมดา
  • การตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (Echocardiography : Echo) การตรวจอัลตราซาวน์หัวใจ โดยใช้คลื่นเสียงความถี่สูงผ่านผนังหน้าอก เป็นการตรวจเพื่อดูขนาดของหัวใจ การบีบและคลายตัวของกล้ามเนื้อหัวใจ  ลักษณะทางกายภาพและการทำงานของลิ้นหัวใจ ภาวะน้ำในเยื่อหุ้มหัวใจ และตรวจวินิจฉัยภาวะหัวใจพิการแต่กำเนิด ซึ่งอาจเป็นสาเหตุของอาการเหนื่อยหอบ และแน่นหน้าอก
  • การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (Electrocardiogram : EKG) การตรวจกระแสไฟฟ้าในหัวใจ เป็นการตรวจคัดกรองโรคหัวใจในเบื้องต้น เช่น โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด กล้ามเนื้อหัวใจตาย กล้ามเนื้อหัวใจหนาตัว และหัวใจโต เป็นต้น
  • การตรวจหาหินปูนในหลอดเลือดหัวใจ (CT Calcium Score) การตรวจหาหินปูนในหลอดเลือดหัวใจ เป็นการตรวจด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ ซึ่งได้รับรังสีในปริมาณน้อยมาก ไม่เจ็บ ไม่ต้องเตรียมตัวพิเศษ และไม่ต้องฉีดสารทึบรังสี ผู้ที่ควรได้รับการตรวจ ได้แก่ ผู้ที่มีอายุ 45 ปีขึ้นไป มีประวัติครอบครัวเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ เป็นโรคเบาหวาน ความดันสูง คลอเรสเตอรอลสูง หรือสูบบุหรี่
  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือทำนัดหมาย กรุณาติดต่อ :  ศูนย์หัวใจกรุงเทพหัวหิน ชั้น 2 โรงพยาบาลกรุงเทพหัวหิน โทร. 032-616-829